จัดอันดับ Australian MBA Rankings 2008

posted on 18 May 2009 21:27 by mbathailand  in Ranking
การจัดอันดับนี้จัดโดย Asia Week ซึ่งได้นำข้อมูลเพิ่มมาจากการจัดอันดับหลักสูตร MBA ทั่วโลกจาก the Financial Times

aus-mba-top-rank-4
Australian MBA Rankings 2008

  • 1 Australian Graduate School of Management
  • 2 Melbourne Business School
  • 3 Macquarie Graduate School of Management
  • 4 Brisbane Graduate School of Business
  • 5 University of Queensland
  • 6 University of Adelaide
  • 7 Curtin University of Technology
  • 8 University of Technology Sydney
  • 9 University of South Australia (International GSM)
  • 10 RMIT University

aus-mba-top-rank-2การจัดอันดับนี้จัดโดย Asia Week ซึ่งได้นำข้อมูลเพิ่มมาจากการจัดอันดับหลักสูตร MBA ทั่วโลกจาก the Financial Times รวมทั้งได้รวบรวมข้อมูลมาจาก the Melbourne Institute, AFR และ the Australian Education Network อีกเช่นกัน ในส่วนของการจัดอันดับ MBA ทั่วโลกโดย The Financial Times มีสถาบันการเรียนด้านธุรกิจในออสเตรเลียสองแห่งติดอันดับอยู่ด้วย โดย The Australian Graduate School of Management (University of New South Wales) ติดอันดับที่ 42 และ Melbourne Business School ติดอันดับที่ 58

สำหรับข้อมูลการจัดอันดับหลักสูตร MBA ที่มีสถาบันจากออสเตรเลียติดอันดับในปีก่อนๆ ที่สำคัญๆ ก็มีดังต่อไปนี้

 

Financial Times MBA World Top 100 2006


Melbourne Business School (University of Melbourne) – ติดอันดับที่ 63 (โดยเฉลี่ยใน 3 ปีอยู่ในอันดับที่ 66)
Australian Graduate School of Management – ติดอันดับที่ 84 (โดยเฉลี่ยใน 3 ปีอยู่ในอันดับที่ 69)

Financial Times MBA World Top 100 2005

QUT’s Brisbane Graduate School of Business ติดอันดับครั้งแรกใน the Financial Times Top 100 for 2004:

Australian Graduate School of Management – ติดอันดับที่ 53 (โดยเฉลี่ยใน 3 ปีอยู่ในอันดับที่ 63)


Melbourne Business School (University of Melbourne) – ติดอันดับที่ 72 (โดยเฉลี่ยใน 3 ปีอยู่ในอันดับที่ 73)


Brisbane Graduate School of Management QUT – ติดอันดับที่ 82

aus-mba-top-rank-3Financial Times MBA World Top 100 2004


สองสถาบันนี้ติดอันดับเป็นครั้งแรกใน the Financial Times MBA 2003 world rankings:

Melbourne Business School (University of Melbourne) – ติดอันดับที่ 64 (โดยเฉลี่ยใน 3 ปีอยู่ในอันดับที่ 67)


Australian Graduate School of Management – ติดอันดับที่ 69 (โดยเฉลี่ยใน 3 ปีอยู่ในอันดับที่ 55)

ในการจัดอันดับครั้งนี้ได้มีการพิจารณาอยู่บนพื้นฐานของ หลักทั่วไปสามประการ ซึ่งได้แก่ กำลังซื้อในตลาด ประสบการณ์ที่หลากหลาย และคุณภาพของงานวิจัย โดยการจัดอันดับจาก the Financial Times ได้ช่วยชี้นำว่าสถาบันใดมีสิ่งเหล่านี้เหนือกว่าสถาบันอื่น

 

 

Financial Times MBA World Top 100 2003


มีสองสถาบันที่ติดอันดับเป็นครั้งแรกใน the Financial Times MBA 2000 world rankings:


Melbourne Business School (University of Melbourne) – ติดอันดับที่ 57

Australian Graduate School of Management – ติดอันดับที่ 65

มหาเศรษฐีพันล้านของโลกส่วนใหญ่ ร่ำรวย เพราะความฉลาด รู้จักคิด รู้จักบริหารคน และมีแนวคิดแปลกใหม่  กว่าจะมาถึงจุดประสบความสำเร็จในชีวิต ผู้นำในโลกธุรกิจ ซึ่งมีทรัพย์สินนับพันล้านดอลลาร์ ต่างผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่า “เสี้ยววินาทีไอเดียบรรเจิด”กันมาแล้วทั้งนั้น

เริ่มจากมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สิน 11,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไมเคิล เฟอร์เรโร และครอบครัว เจ้าของบริษัทเฟอร์เรโร หนึ่งในผู้ผลิตช็อกโกแล็ต รายใหญ่สุดของยุโรป  ที่สร้างอาณาจักรธุรกิจขึ้นมา จากแนวคิดง่ายๆ ทำให้ช็อกโกแล็ตเป็นส่วนหนึ่งในอาหารมื้อเช้าของคนทั่วไป และแนวคิดนี้เอง นำไปสู่ การผลิตเนยถั่วผสมช็อกโกแล็ตสำหรับทาบนขนมปังออกขาย ภายใต้แบรนด์ต่างๆทั้ง เฟอร์เรโร โรเชอร์ นูเทลลา ทิค แทค และคินเดอร์ เอกส์ ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ล่าสุด บริษัทประกาศแผนเข้าไปตั้งโรงงานผลิตช็อตโกแล็ตทิค แทค มูลค่า 35 ล้านดอลลาร์ในอินเดีย ปีนี้

ส่วน เจฟฟ์ เบโซส มีทรัพย์สิน 8,200 ล้านดอลลาร์ นักธุรกิจชาวสหรัฐ เจ้าของและผู้ก่อตั้งอเมซอน ดอท คอม ผู้เกิดไอเดียแว่บแรก ก่อนจะมาเป็นเจ้าของกิจการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในวันนี้ คือ ต้องการขายหนังสือทางอินเตอร์เน็ต เพื่อช่วยประหยัดเวลาและประหยัดต้นทุนในการเดินทางไปซื้อหาหนังสือตามร้าน จำหน่ายหนังสือทั่วไปด้วยแนวคิดนี้เอง ทำให้เขาสามารถต่อยอดธุรกิจ จนสามารถนำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และขยายการให้บริการจากจำหน่าย หนังสือไปเป็นจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นๆทางออนไลน์  แต่กว่าสิบปีที่ผ่านมา หนังสือก็ยังเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักให้แก่อเมซอน ดอท คอมคือ14.8 พันล้านดอลลาร์

ราล์ฟ ลอเรน ดีไซน์เนอร์และนักธุรกิจชาวสหรัฐ บุตรชายของผู้อพยพชาวรัสเซีย ที่เติบโตในย่านบร็องซ์ มีสินทรัพย์ 4,200 ล้านดอลลาร์ เกิดแนวคิดแว่บแรกคือ คิดทำเสื้อเชิ้ตโปโลออกขายโดยให้มีตราสัญลักษณ์ม้าตัวเล็กๆติดอยู่ที่เสื้อ และจำหน่ายเพียงตัวละ 50 ดอลลาร์เท่านั้น สามารถขยายแนวคิด และทำให้เสื้อยี่ห้อโปโล กลายแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี และจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วโลก

ส่วนเฉลียว อยู่วิทยา และเดียทริช มาเทสชิตซ์  นักธุรกิจมหาเศรษฐีพันล้านของไทยและออสเตรีย เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแเดง หรือ เรด บูล ซึ่งมีสินทรัพย์คนละ 4,000 ล้านดอลลาร์  เกิดแนวคิดก่อนสร้างอาณาจักรธุรกิจ คือต้องการผลิตเครื่องดื่มบำรุงกำลังผสมวิตะมินบี เน้นทำตลาดผู้บริโภคที่เป็นนักกีฬาและนักท่องราตรีทั้งหลาย  และปัจจุบัน กระทิงแดงมียอดขายต่อปีอยู่ที่ 4,400 ล้านดอลลาร์

เจมส์ เดสัน นักธุรกิจพันล้านชาวอังกฤษ ผู้มีสินทรัพย์ 1,600 ล้านดอลลาร์ เกิดไอเดียประดิษฐ์อุปกรณ์แนวตั้งใช้ดูดฝุ่นละอองที่พื้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกรอง จนนำไปสู่การตั้งบริษัทผลิตเครื่องดูดฝุ่นเดสัน รูปทรงทันสมัยออกจำหน่ายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ในปี 2536 และได้รับความนิยมอย่างมาก ก่อนจะขยายไลน์ไปเป็นการผลิตอุปกรณ์ไดร์ผมขนาดพกพาในปี 2550

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท
ธนาคารกสิการไทย มีโครงการศึกษาหลายทุน สำหรับผู้ที่สนใจจะสมัครเรียนต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ


1.ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ณ สถาบันการศึกษาในประเทศ ประจำปี 2552

หลักสูตรที่ให้ทุน
 

1 หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Master of Business Administration Program)   สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์

2 หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Master of Business Administration Program)   คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

3 หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเงิน ภาคภาษาอังกฤษ  (Master of Science in Finance Program) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4 หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ   (Master of Science Program in Information Technology in Business)  คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

5 หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Master of Business Administration Program)  คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

6 หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ    (Master’s of Business Administration Program - International Program: IMBA) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

7 หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การเงิน) หลักสูตรนานาชาติ  (Master’s of Science in Finance - International Program: MIF) คณะพาณิชยศาสตร์และ   การบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

8 หลักสูตรการตลาดมหาบัณฑิต ภาคภาษาอังกฤษ  (Master’s of Science in Marketing - English Program:  MIM) คณะพาณิชยศาสตร์และ   การบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

9 หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Master of Business Administration Program)  สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย   (Asian Institute of Technology)

คุณสมบัติของผู้สมัคร
1     เป็นผู้ที่สถาบันการศึกษาฯ ดังกล่าวตอบรับให้เข้าศึกษา หรือกำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรตามข้อ 2.


2    ต้องมีสัญชาติไทย เป็นโสด (กรณีผู้สมัครเป็นบุคคลทั่วไป อายุไม่เกิน 30 ปี บริบูรณ์ นับถึง  วันที่  16   
      มีนาคม  2552) ถ้าเป็นชาย ต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือได้รับยกเว้นการเกณฑ์ทหาร


3    สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขาวิชา


4    เป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับทุนของธนาคารกสิกรไทยศึกษาต่อระดับปริญญาโทมาก่อน


5    ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นพนักงานของ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย หรือบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย  จะต้องได้
       รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด


6    ผู้ที่เคยทำงานกับ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย หรือบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย แต่ได้พ้นสภาพ  การเป็น
      พนักงานแล้วไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ไม่มีสิทธิ์สมัครสอบแข่งขัน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.kasikornbank.com/portal/site/KBank/menuitem.4e2fe9ab8e61c560354bac33658f3fa0/?vgnextoid=c7e0cef56e7fd010VgnVCM10000056f8f30aRCRD&vgnextpage=1#domestic

2.ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ณ สถาบันการศึกษาต่างประเทศ ประจำปี 2552

ทุนที่   1  ศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา (ด้านการเงินเน้นการบริหารความเสี่ยง / ตลาดทุน  Financial Engineering) จำนวน  3 ทุน
ทุนที่   2  ศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น (ด้านการเงิน/การตลาด) จำนวน  1 ทุน
ทุนที่   3  ศึกษา ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน (ด้านการจัดการ/การตลาด) จำนวน  1 ทุน

คุณสมบัติของผู้สมัคร

1  ต้องมีสัญชาติไทย เป็นโสด อายุไม่เกิน 28 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ 16 มีนาคม 2552 ถ้าเป็นชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร  หรือได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหาร

2  ต้องสำเร็จการศึกษาวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ไม่จำกัดสาขาวิชา ศึกษาครบหลักสูตร 4 ปี และผู้สมัครที่  เป็นบุคคลทั่วไปต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 3.00  สำหรับพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย  หรือบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทยต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำ กว่า 2.75   (กรณีพนักงานฯ มีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรระหว่าง 2.50 - 2.74 ต้องได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาในสาขาวิชาที่ธนาคารให้ทุน และเป็นมหาวิทยาลัยที่ธนาคารกำหนด)

3  ทุนที่ 1 ผู้สมัครต้องมีผลสอบ TOEFL อย่างน้อย 213 คะแนน (Computer-based) หรือ 80 คะแนน (Internet- based)และมีผลสอบ GMAT อย่างน้อย 550 คะแนน (หรือผลสอบ GRE อย่างน้อย 1,100 คะแนน สำหรับ  สาขาวิชา Financial Engineering) ซึ่งผลสอบต้องสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2552 มายื่นพร้อม  ใบสมัคร

4  ทุนที่ 3 ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ภาษาจีนกลางเป็นอย่างดี โดยจะต้องนำผลสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK)  อย่างน้อยระดับ 7 ซึ่งผลสอบต้องสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2552 มายื่นพร้อมใบสมัคร หรือสอบผ่าน  ข้อเขียนวิชาภาษาจีนกลางของธนาคารซึ่งมีกำหนดสอบในวันที่ 20 มีนาคม 2552

5  ผู้ที่เคยทำงานกับ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย หรือบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย แต่ได้พ้นสภาพการเป็น  พนักงานแล้วไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ไม่มีสิทธิ์สมัครสอบแข่งขัน